ไขให้เด่นชัด.. เหตุผลทางประวัติศาสตร์ : เพราะอะไรนักฟุตบอลจีนจำต้องปิดรอยสัก?

ufabet คาสิโน ดูบอลสด หวยออนไลน์ เกมส์สล็อต แทงบอล

รอยสัก นับว่าเป็นหนึ่งในศิลป์บนร่างอันมีที่มารวมทั้งจุดประสงค์นานาประการ ไม่ว่าจะเป็นการย้ำเตือนตัวเองว่าเป็นคนใด มีสิ่งใดเป็นจุดหมาย ครั้งคราวเป็นการนึกถึงสิ่งหวานใจและก็เชื่อถือ หรือแม้กระทั้งเพื่อความสวยเฉยๆก็มีด้วยเหมือนกัน

แทงบอลออนไลน์
แทงบอลออนไลน์

แน่ๆ การสักนั้นนับว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่ไม่ว่าใครก็ไม่บางทีอาจฝ่าฝืนได้ แต่ว่าก็จะต้องไม่ลืมเลือนว่า มนุษย์ล้วนเป็นสัตว์สังคม และก็ชาติบ้านเมืองก็มีทั้งยังข้อบังคับ รวมทั้งจารีต ขนบธรรมเนียม ค่าความนิยม ที่แตกต่างกัน สิ่งที่พวกเรารู้สึกว่าดี บางคราวมันก็ไม่ดีในสายตาของผู้อื่น รวมทั้งผู้มีอิทธิพล

รอยสัก นับว่าเป็นหนึ่งในศิลป์บนร่างอันมีที่มาแล้วก็จุดหมายมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการย้ำเตือนตัวเองว่าเป็นคนใด มีสิ่งใดเป็นจุดมุ่งหมาย บางคราวเป็นการนึกถึงสิ่งหวานใจรวมทั้งเลื่อมใส หรือแม้กระทั้งเพื่อความสวยสดงดงามเฉยๆก็มีด้วยเหมือนกัน

แน่ๆ การสักนั้นนับว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่ไม่ว่าใครก็ไม่บางทีอาจฝ่าฝืนได้ แม้กระนั้นก็จำเป็นต้องไม่ลืมเลือนว่า มนุษย์ล้วนเป็นสัตว์สังคม รวมทั้งชาติบ้านเมืองก็มีทั้งยังข้อบังคับ รวมทั้งจารีต ขนบธรรมเนียม ความนิยม ที่ผิดแผก สิ่งที่พวกเรามีความคิดว่าดี บางคราวมันก็ไม่ดีในสายตาของผู้อื่น รวมทั้งผู้กุมอำนาจ

ภาพที่ประหลาดตา

เมื่อเอ๋ยถึงผู้ที่สัก แน่ๆ พวกเขาต่างยินดีกับลายที่พวกเขาเลือกมาเสริมแต่งร่างกายแทบทั้งหมด รวมทั้งหลายท่านก็เลือกที่จะสักนอกร่มผ้า เพื่อทุกคนได้มองเห็นศิลป์ดังที่กล่าวผ่านมาแล้วอย่างเต็มตา

แทงบอลออนไลน์
แทงบอลออนไลน์

แต่ว่าเรื่องแปลกๆกลับเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกตอนวันที่ 22 เดือนมีนาคม 2018 ในเกมเตรียมพร้อมที่ จีน เปิดบ้านเจอ เวลส์ แทงบอลออนไลน์ เพราะเหตุว่าแทนที่ผลของการแข่งขันซึ่งเวลส์บุกมากระหน่ำเสียหายถึง 6-0 จะเป็นประเด็นหลัก แต่ว่าสายตาของมนุษย์กลับเจอเรื่องผิดปกติที่ร่างกายของนักฟุตบอลดินแดนมังกรหลายราย

เพราะว่าแม้ซูมให้ชัดๆก็จะมีความคิดเห็นว่า มีผ้าสีเนื้อพันอยู่ตามส่วนต่างๆของร่างกายเยอะมากจนกระทั่งเกินธรรมดา เสมือนเป็นการปกปิดบางสิ่งบางอย่าง มากยิ่งกว่าการพันเพื่อกระชับรูปทรงของร่างกายเพื่อลดการเสี่ยงในการบาดเจ็บ ส่วนบางบุคคลก็เลือกที่จะสวมเสื้อรวมทั้งกางเกงรัดกล้ามแทน

แล้วก็ยิ่งเมื่อเทียบเคียงภาพนักฟุตบอลผู้เดียวกันในเวลาที่แตกต่างกัน ก็จะยิ่งเห็นได้ชัดว่า การพันผ้านั้นมีเป้าประสงค์ที่กระจ่าง เพราะว่าในขณะก่อนหน้าเพียงแค่ไม่กี่เดือน ร่างกายในตำแหน่งที่มีผ้าพันไว้ ปรากฎรอยสักให้มองเห็นอย่างชัดเจน

รวมทั้งนี่เป็นคำตอบของปัญหาที่ว่า เพราะเหตุไรถึงจะต้องมีการพันผ้าตามส่วนต่างๆของร่างกาย? … ก็เพื่อปกปิดรอยสักของตัวนั่นเอง

ยุคสมัยแล้วก็ค่าความนิยมที่เปลี่ยน

ความจริง ประวัติศาสตร์ของรอยสัก หรือในภาษาจีนเรียกว่า Ci Shen กับจีนนั้นสามารถย้อนกลับไปได้ถึงเกือบจะพันปี เพราะเหตุว่าในตอนต้นศตวรรษที่ 12 มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์พูดถึงกรุ๊ปโจรที่แนวเขาเหลียงซาน 108 คน แล้วก็ได้มีการกล่าวว่า 3 คนภายในปริมาณนั้นมีรอยสักอยู่สุดกำลัง ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อเวลาหมุนผ่านใกล้ไปสู่ยุคสมัยใหม่ การสักก็ได้รับความนิยมในกลุ่มสมาชิกกลุ่มอั้งยี่ เพื่อแปลว่าเป็นพวกเดียวกันอีกด้วย

แต่ทว่าการสักยังนับว่าเป็นอีกหนึ่งกรรมวิธีของการลงทัณฑ์ด้วยด้วยเหมือนกัน เพราะว่าทางการจีนในสมัยก่อนได้ใช้แนวทางดังที่กล่าวผ่านมาแล้วสำหรับในการตีตราผู้กระทำผิดกฎหมายด้วยการสักที่หน้า ก่อนขับไล่ไปอยู่ยังดินแดนไกลห่าง ซึ่งแนวทางดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นเรียกว่า Ci Pei หรือ สักรวมทั้งขับไล่

ประวัติศาสตร์การสักของจีนที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องราวอาชญากรรม ก็เลยไม่ใช่เรื่องแปลกที่สังคมจีนในช่วงโบราณจะคิดว่า ผู้ที่สักนั้นเป็นคนชั่ว จะว่าไปก็ไม่มีความแตกต่างกับญี่ปุ่น ซึ่งผู้ที่สักมักถูกคิดว่ามีความสัมพันธ์กับกลุ่มยากูซ่า โครงข่ายอาชญากรรมอันมีชื่อเสียงที่มีอยู่ไม่น้อยในประเทศญี่ปุ่น

แต่ถ้าหากเวลาสามารถเปลี่ยนสิ่งต่างๆได้ฉันใด ความนิยมของสังคมใดสังคมหนึ่งก็สามารถแปลงได้เช่นเดียวกัน เนื่องจากว่าเมื่อเมืองจีนปิ้งไปสู่ยุคสมัยใหม่ เปิดรับระบบทุนนิยมและก็วัฒนธรรมจากประเทศตะวันตกเข้ามา ค่าความนิยมของการสักก็เบาๆแปรไปอย่างช้าๆจากเครื่องหมายที่ถูกด่าว่า สู่การปรากฏตัวตน

รวมทั้งไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้ว่า วัฒนธรรมต่างๆจากประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งยังดนตรีแนวฮิปฮอป กับบาสเกตบอล NBA ที่เข้ามาครอบครองความนิยมชมชอบในประเทศจีน มีส่วนอย่างยิ่งที่ทำให้ค่าความนิยมของคนรุ่นหลังแปรไป จากขวางสู่เปิดรับ

“สิบกว่าปีที่ผ่านมา พวกเรายังเหมารวมว่าการสักเป็นเครื่องหมายของความหยาบช้าร้ายหรือชาวกลุ่ม กระทั่งผู้ที่ต้องการสักกลัวว่าจะถูกแยกจากสังคมอยู่เลย” Liao Lijia ช่างสักประจำร้านค้า Creation Tattoo ในกรุงปักกิ่ง เปิดใจถึงประเด็นนี้กับ CNN เมื่อปี 2015 “แม้กระนั้นคุณทดลองดูเดี๋ยวนี้สิ ชาวจีนเปิดรับวัฒนธรรมการสักมากยิ่งขึ้นกว่าเมื่อก่อน โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่าง กรุงปักกิ่ง, เซี่ยงไฮ้ หรือ กว่างโจว”

ตอนที่ Yu Haiyang เถ้าแก่ที่ Liao ปฏิบัติงานอยู่ เปิดใจผ่าน CNN เพราะ “ตลอด 3 ปีข้างหลัง ลูกค้าที่ร้านค้าของพวกเรามากขึ้นมากยิ่งกว่าเดิมถึงเท่าตัวในทุกปี รายได้ของร้านค้าฉันขณะนี้คิดเป็น 10 เท่าจากเมื่อ 6 ปีกลายแล้ว” ซึ่งคุณเปิดตัวเลขเพราะว่า รายได้เฉลี่ยต่อเดือนของร้านค้านั้นมากถึงราว 10,500 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 330,000 บาทอย่างยิ่งจริงๆ

เมื่อนาฬิกาหมุนกลับ

ถึงแม้โลกจะเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ แม้กระนั้นผู้กุมอำนาจในประเทศที่ดูแลด้วยระบอบปิดอย่างจีนนั้นอยากรักษาวัฒนธรรม ความนิยมที่มีมาแม้กระนั้นโบราณไว้ เหตุกลุ่มนี้เองก็ได้ส่งผลให้เกิดเรื่องที่สั่นไปทั่วประเทศในหลายแวดวง

จุดเริ่มของเรื่องราวทั้งปวงเริ่มขึ้นเมื่อม.ค. 2018 ก่อนหน้านี้ เมื่อคณะกรรมการสื่อสารมวลชนฯ ของจีนได้ออกกฎข้อบังคับชุดใหม่ที่ว่าถึงสิ่งที่สมควรและไม่สมควรสำหรับการออกทีวี โดย Gao Changli ผู้อำนวยการของหน่วยงานดังที่กล่าวมาข้างต้นได้ประกาศรายละเอียดของ “ข้อกำหนดเด็ดขาด 4 ประการ” ความว่า

– ห้ามใช้ดาราหนังที่มีจิตใจและก็คุณธรรมไม่สอดคล้องกับพรรค (ระบอบคอมมิวนิสต์) ตลอดจนคนที่มีคุณธรรมชั่วช้าโดยเด็ดขาด

– ห้ามใช้ผู้แสดงที่ไม่มีรสนิยม, ไม่สุภาพ รวมทั้งลามกโดยเด็ดขาด

– ห้ามใช้ผู้แสดงที่มีอุดมการณ์ต่ำ และไม่มีคลาสโดยเด็ดขาด

– ห้ามใช้ดาราหนังที่มีมลทิน, เรื่องฉาวโฉ่ แล้วก็ปัญหาเกี่ยวกับความดีโดยเด็ดขาด

กฎใหม่ที่ออกมาได้สร้างผลพวงอย่างหนัก เริ่มจากแวดวงหรรษาโดยทันที โดยภาพของ GAI แร็พเปอร์มีชื่อของประเทศถูกลบจากการประชาสัมพันธ์ของสถานีส่งสัญญาณโทรทัศน์, PG One แร็พเปอร์คนที่ใครๆก็รู้จักอีกรายจำเป็นต้องออกมาขออภัยต่อสาธารณะ ข้างหลังเพลงของเขามีรายละเอียดที่สื่อถึงการใช้สารเสพติดและก็เหยียดหยามเพศหญิง ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการเซนเซอร์ผู้เข้าร่วมแข่งขันรายการโชว์ทางโทรทัศน์ เนื่องจากว่าใส่สร้อยคอสไตล์ฮิปฮอปอีกด้วย

ต่อจากแวดวงสนุกสนานก็มาถึงแวดวงกีฬาที่กำลังจะได้รับหางเลขบ้าง โดยข้อความสำคัญที่นำไปสู่เรื่องราวดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นก็คือ รอยสัก ที่ถึงแม้ค่าความนิยมของสังคมจะเป็นไปในแนวทางที่ดียิ่งขึ้นจากสมัยโบราณ แม้กระนั้นทางการจีนก็ได้ทวนเข็มนาฬิกาให้หมุนกลับไปสู่จุดเดิมอีกรอบ ด้วยการ ‘ขอความร่วมมือ’ ทุกสมาคมรวมทั้งกลุ่มชาติ ไม่ให้นักฟุตบอลโชว์รอยสักระหว่างการแข่งขันชิงชัย โดยเฉพาะ เกมที่มีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ เพื่อสร้างค่าความนิยมอันดีเลิศให้เกิดขึ้นกับสังคมจีนอีกที

ถึงเวลาปรับนิสัย

แน่ๆว่า ข้างหลังเกิดเหตุการณ์ในเกมที่จีนเจอเวลส์ ปริศนาย่อมตามมาอย่างไม่บางทีอาจหลบหลีกว่า “พวกเขาให้นักฟุตบอลทำแบบนั้นด้วยเหตุผลใด?” ซึ่งข้าราชการชั้นสูงของชมรมบอลที่จีน หรือ CFA เผยกับสื่อว่า

“จีนผลักดันความมั่นใจและความเชื่อมั่นด้านวัฒนธรรมในหมู่ชนชาติ แล้วก็ความนิยมหลักสังคมนิยม กลุ่มชาติก็เลยควรจะมีความรับผิดชอบสำหรับการช่วยเหลือให้กำเนิดวัฒนธรรมบอลที่ดีต่อสังคม พวกเราก็เลยจะต้องทำให้มองเห็นเป็นตัวอย่าง”

เรื่องดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วสอดคล้องกับการแบนวัฒนธรรมหลายๆอย่างที่มาจากต่างแดน โดยยิ่งไปกว่านั้น เพลงฮิปฮอป ซึ่งแหล่งกำเนิดของเพลงแนวดังกล่าวข้างต้นเกิดมาจากการวิพากษ์วิจารณ์สังคม ที่ดินการจีนไม่อยากที่จะให้เสียงนั้นดังกระทั่งเกินความจำเป็นในประเทศของตัวเอง Chan Kwong-Yan หรือ MC Yan แร็พเปอร์คนประเทศฮ่องกงที่ถูกห้ามเดินทางมาแสดงที่จีนแผ่นดินใหญ่แล้วกว่า 20 ปีด้วยปัญหาเกี่ยวกับเนื้อเพลง ไม่สนเท่ห์ใจเลยที่การแบนวัฒนธรรมฮิปฮอป หรือแม้กระทั้งเรื่องรอยสักจะมีขึ้นกับเมืองจีนในยุคนี้

“เมื่อเรื่องราวมันเริ่มจะเกินควบคุม หรือมีคนเข้ามาพันพัวมากเกินความจำเป็น รัฐบาลก็มักออกมาแทรกแซง เพื่อวิชาความรู้กับราษฎรในทางที่ปรารถนาเสมอล่ะ”

แม้กระนั้น ความเหลื่อมล้ำย้อนถกเถียงก็ได้มีขึ้นมาด้วยเหมือนกัน เนื่องจากว่าการขอความร่วมมือดังที่กล่าวถึงแล้วนั้นเกิดขึ้นเฉพาะกับนักฟุตบอลที่มีชนชาติจีนแค่นั้น ส่วนนักฟุตบอลต่างประเทศผิดขอความร่วมมืออะไร นอกเหนือจากนั้น ในรายการปัจจุบันที่กลุ่มมังกรลงแข่งขันอย่าง เอเชี่ยนคัพ 2019 ซึ่งไปชิงชัยที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ นักฟุตบอลจีนก็ไม่ต้องการจะปกปิดรอยสักเท่าไรนักอีกด้วย

ซึ่งเรื่องดังที่กล่าวถึงแล้ว ‘อำเภอใหม่เอี่ยม’ ศรัณยู ยงพานิช ผู้อยู่เบื้องหลังเว็บ csl-thailand.com รวมทั้งเพจเฟซบุ๊ก เล่าบอลจีน – Chinese Super League ให้ความเห็นกับคณะทำงาน Main Stand ว่า หากแม้เรื่องดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วจะเป็นเพียงแค่การ ‘ขอความร่วมมือ’ แม้กระนั้นด้วยสถานการณ์ของเมืองจีนเอง เรื่องดังที่กล่าวมาข้างต้นดูเหมือนเปลี่ยนแปลงสถานะสู่การ ‘บังคับ’ ไปโดยปริยาย

“เป็นพวกเราจะต้องไม่ลืมเลือนว่า เนื่องจากว่าจีนเป็นประเทศลัทธิคอมมิวนิสต์ ทั้งยังค่าความนิยมการต้านรอยสักนั้นนับว่าเป็นสิ่งที่มีอยู่สุดแต่เดิม การขอความร่วมมือดังกล่าวข้างต้นก็เลยนับว่าเป็นสิ่งที่คนภายในประเทศเองก็ไม่ต้องการจะต้านทานเท่าไรนัก ยิ่งทางการจีนเองก็ไม่ต้องการที่จะมีการแก้ข้อบังคับอะไรอยู่แล้ว ด้วยเหตุผลดังกล่าวประเด็นนี้ก็จะเป็นบรรทัดฐานใหม่ของสังคมที่นักฟุตบอลจะต้องปรับพฤติกรรมไปโดยปริยาย”

“แต่กระนั้น เนื่องจากว่าจีนเองก็ค่อนข้างจะที่จะกลัวการขายหน้า อย่างในระหว่างที่ทำในเกมพบเวลส์ ทางจีนเองก็โดนสมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติบีบคั้นมาไม่น้อย เนื่องจากผู้คนจำนวนมากก็พูดว่า รอยสักมันมิได้ส่งผลอะไรกับฝีเท้าเลย ด้วยเหตุผลดังกล่าวการกระทำจริงก็จะขึ้นกับเหตุการณ์ รวมทั้งคนแก่ในกลุ่มด้วย อย่างตอนไปเล่นในต่างถิ่นนี่ก็จะหยวนๆไป”

ส่วนปัญหาที่ว่า นักฟุตบอลดินแดนมังกร โดยเฉพาะกรุ๊ปที่อยู่ในข่ายติดกลุ่มชาติจำเป็นที่จะต้องทำยังไง อำเภอใหม่ คิดว่า นี่นับว่าเป็นเหตุการณ์ที่เหล่าพ่อค้าหน้าแข้งควรต้องปรับนิสัยให้ได้ เพื่อที่ตนเองจะได้มีอนาคตในแวดวงถัดไป

“ที่สุดแล้ว กฎต่างๆกลุ่มนี้ก็ขึ้นกับคนที่มีอำนาจด้วย อย่างในยุค มาร์เชลโล่ ลิปปี้ เป็นผู้จัดการทีมกลุ่มชาติ เรื่องรอยสักไม่เป็นผลต่อการตำหนิดกลุ่ม แม้กระนั้นกับผู้ฝึกสอนชาวจีน จำนวนมากจะสนองตอบกับทางจากภาครัฐอย่างดีเยี่ยม ด้วยเหตุว่าจำเป็นต้องไม่ลืมเลือนว่าพวกเขาเติบโตมาพร้อมกับความนิยมอย่างนี้อยู่แล้ว ซึ่งผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยก็มีข่มขู่เช่นเดียวกันว่า ผู้ที่สักจะมิได้รับจังหวะในกลุ่ม”

“ในกลุ่มชาติ ซึ่งในตอนนี้อยู่ในระหว่างการหาเฮดผู้ฝึกสอนคนใหม่ พวกเราอาจจะจะต้องรอดูแนวทางจากคนนั้นก่อนว่าจะเป็นเยี่ยงไร แม้กระนั้นถ้าหากในระดับชมรม รวมทั้งเป็นเฮดผู้ฝึกสอนคนจีนด้วยแล้ว หัวข้อการห้ามสักก็จะเปลี่ยนเป็นกฎที่นักฟุตบอลทุกคน รวมทั้งผู้ที่สักมาก่อนอยู่แล้วจำต้องปรับนิสัย แล้วก็อยู่กับมันให้ได้ครับผม”